เกี่ยวกับเรา
 ติดต่อเรา
 คุณถาม-เราตอบ
 ข้อตกลง
  ท่านมีทรัพย์สินเก็บไว้ในแค็ตตาล็อค ส่วนตัวจำนวน 0  ชิ้น  
 
 
หากสนใจที่จะซื้อทรัพย์สินพร้อมขาย และเข้าชมทรัพย์ ควรปฏิบัติอย่างไร
หลังจากตัดสินใจซื้อแล้ว ขั้นตอนการซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
เอกสารประกอบการเสนอซื้อมีอะไรบ้าง
ขั้นตอนการวางเงินมัดจำ และการทำสัญญาซื้อขายเป็นอย่างไร
ในวันเซ็นสัญญาและวางเงินมัดจำ ผู้เสนอซื้อ จะได้รับเอกสารใดบ้าง เพื่อเป็นการยืนยัน ในการวางเงินมัดจำในการซื้อทรัพย์
เมื่อผู้เสนอซื้อเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อในภายหลัง ลูกค้าสามารถเปลี่ยนได้หรือไม่
ถ้าในกรณีผู้เสนอซื้อทรัพย์ร่วมโดยใช้ชื่อผู้เสนอซื้อ 2 คน จะต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มเติม ในการเสนอซื้อหรือไม่
ถ้ากรณีผู้ซื้อทรัพย์ร่วมเป็นคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน และมีบุตร ผู้ซื้อจะต้องแจ้ง หรือมีเอกสารใดเพื่มเติมหรือไม่
ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าธรรมเนียมในการโอน
อัตราการจ่ายค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าภาษีในการซื้อทรัพย์พร้อมขายเป็นอย่างไร
กรณีทรัพย์สินที่สนใจซื้อเป็นห้องชุด ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่าย
ในกรณีที่ทรัพย์สินพร้อมขายยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่ ผู้ซื้อต้องทำอย่างไร
ในกรณีชาวต่างชาติ สามารถซื้อทรัพย์พร้อมขายได้หรือไม่
กรณีซื้อทรัพย์พร้อมขาย ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อกับ CAS Capital ได้หรือไม่
 
การขายทอดตลาดคืออะไร และข้อควรปฏิบัติก่อนเข้าประมูลซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
จะทราบกำหนดการ สถานที่และทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดได้จากที่ใด
จะปฏิบัติอย่างไรหากสนใจซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดจากทาง CAS Capital
วิธีการประมูลซื้ออสังหาริมทรัพย์
ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มาจากที่ใด และใครเป็นผู้กำหนดราคา
ถ้าลูกค้าต้องการเข้าชมทรัพย์ก่อนวันประมูล สามารถเข้าไปชมทรัพย์ได้หรือไม่
ถ้าประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้ว แต่เจ้าของทรัพย์เดิมไม่ยอมย้ายออก ผู้ประมูลซื้อได้จะต้องทำอย่างไร
ในการประมูลทรัพย์สิน ฝ่ายโจทก์ และฝ่ายจำเลย มีสิทธิ์ค้านราคาหรือไม่
หลังจากจบสิ้นการประมูล นอกจากราคาของทรัพย์สินที่ประมูลได้แล้ว ผู้ประมูลได้ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายใดอีกบ้าง
ขอทราบเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานกรมบังคับคดีในกรุงเทพฯ และ จังหวัดต่างๆ
หากสนใจที่จะซื้อทรัพย์สินพร้อมขายและเข้าชมทรัพย์ควรปฏิบัติอย่างไร
  ลูกค้าสามารถติดต่อซื้อทรัพย์ได้ 2 ทาง คือ
1.) ซื้อผ่านทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของทาง CAS Capital (Thailand) Ltd. โทร0-2250-9500 โดยเจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลและรายละเอียดของทรัพย์ พร้อมพาลูกค้าไปชมทรัพย์ และชี้แจง ขั้นตอนการซื้อขายทรัพย์โดยตรง

2.) ซื้อผ่านบริษัทตัวแทนนายหน้าซึ่งทาง เจ้าของทรัพย์ ได้แต่งตั้งตัวแทนขายทรัพย์สิน (Broker) เพื่อดูแลลูกค้าและพาเยี่ยมชมทรัพย์ก่อนตัดสินใจซื้อ
 
 
หลังจากตัดสินใจซื้อแล้ว ขั้นตอนการซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
  1.) ผู้เสนอซื้อจะต้องกรอกคำเสนอซื้อตามแบบฟอร์มที่ทาง CAS Capital (Thailand) Ltd. กำหนด พร้อมส่งเอกสารคำเสนอซื้อผ่านทางโทรสารหมายเลข 0-2646-4748, ส่งจดหมายลงทะเบียน ,ส่งผ่านทางตัวแทนนายหน้าขายทรัพย์ หรือส่งผ่านเข้าหน้าที่ฝ่ายขายของ บริษัทฯ

2.) บริษัทฯ จะแจ้งผลการเสนอซื้อกลับไปยังลูกค้าภายใน 5 วันทำการ

3.) เมื่อคำเสนอซื้อได้รับการอนุมัติแล้ว ผู้ซื้อจะต้องวางเงินมัดจำเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของราคาทรัพย์ที่ได้รับการอนุมัติซื้อ ภายใน 7 วัน พร้อมกับเซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย

4.) หลังจากนั้นภายใน 30 วัน ผู้ซื้อจะต้องชำระราคาทรัพย์ส่วนที่เหลือ พร้อมทั้งโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ซื้อภายในวันเดียวกัน
 
 
เอกสารประกอบการเสนอซื้อมีอะไรบ้าง
  เอกสารสำหรับขั้นตอนการเสนอซื้อ ได้แก่

1.) หนังสือสคำเสนอซื้อตามแบบฟอร์มของทาง CAS Capital (Thailand) Ltd.

2.) กรณีผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดา เอกสารประกอบคือ
- สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

3.) กรณีผู้ซื้อเป็นนิติบุคคล เอกสารประกอบคือหนังสือรับรองบริษัทฯ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ของผู้รับมอบอำนาจซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจ ลงนาม หลังจากนั้น รอฟังผลอนุมัติจากทาง CAS Capital (Thailand) Ltd.และนัดวันเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำต่อไป
 
 
ขั้นตอนการวางเงินมัดจำ และการทำสัญญาซื้อขายเป็นอย่างไร
 

1.) สำหรับผู้เสนอซื้อทรัพย์ จะต้องวางเงินมัดจำ จำนวน 10% ของราคาซื้อขายภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับอนุมัติเสนอซื้อ โดยสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค / ดร๊าฟธนาคาร

2.) หากผู้เสนอซื้อไม่วางเงินมัดจำภายในกำหนดเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯถือว่าท่านสละสิทธิ์การจองซื้อทรัพย์รายการดังกล่าว และบริษัทจะให้สิทธิการซื้อแก่ ผู้เสนอซื้อรายต่อไป (หากมี)

3.) เอกสารประกอบการทำสัญญาซื้อขาย
3.1 กรณีบุคคลธรรมดา ประกอบไปด้วย
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล(ถ้ามี)
- ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านคู่สมรส(ถ้ามี)

3.2 กรณีนิติบุคคล ประกอบไปด้วย
- หนังสือรับรองบริษัท (ฉบับนายทะเบียน รับรองไม่เกิน 3 เดือน)
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและผู้รับมอบอำนาจ
- วาระการประชุมบริษัท 1 เดือน

ทั้งนี้ เอกสารประกอบการซื้อขายดังกล่าวข้างต้น จะต้องถ่ายสำเนา และรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ

4.) การโอนกรรมสิทธิ์
กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 30 วันนับจากวันวางเงินมัดจำ หากผู้เสนอซื้อไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกำหนดการดังกล่าวโดยมีเหตุผล ซึ่งทาง บริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเหตุอันควร ทางบริษัทฯ จะพิจารณาขยายระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นไม่เกิน 30-60 วัน โดยผู้เสนอซื้อต้องวางเงินมัดจำเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ของราคาซื้อขายตามที่บริษัทฯ อนุมัติ และหากกรณีผู้เสนอซื้อไม่สามารถทำการโอนกรรมสิทธิ์ตามระยะเวลาดังกล่าวได้นั้น บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการริบเงินมัดจำในวันโอนกรรมสิทธิ์ และผู้จะซื้อจะต้องชำระส่วนที่เหลือให้ครบ ตามจำนวนที่ระบุในสัญญาจะซื้อจะขายในวันโอนกรรมสิทธิ์ (ในกรณีซื้อทรัพย์เขตจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล สั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค ส่วนซื้อทรัพย์ในต่างจังหวัดซื้อเป็นดร๊าฟ)

 
 
ในวันเซ็นสัญญาและวางเงินมัดจำ ผู้เสนอซื้อจะได้รับเอกสารใดบ้าง เพื่อเป็นการยืนยันในการวางเงินมัดจำ ในการซื้อทรัพย์
  ผู้เสนอซื้อจะได้รับเอกสารเพื่อเป็นหลักฐานดังนี้คือ
- สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย
- ใบเสร็จรับจ่ายแคชเชียร์เช็ค
- สำเนาโฉนดของทรัพย์
 
 
เมื่อผู้เสนอซื้อเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อในภายหลัง ลูกค้าสามารถเปลี่ยนได้หรือไม่
  กรณีผู้ซื้อต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อจากที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายนั้น สามารถกระทำได้ แต่ทางบริษัทจะคิดค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนชื่อผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และผู้ซื้อต้องแจ้งเป็นหนังสือมายังบริษัทก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์ชิ้นนั้นอย่างน้อย 5 วันทำการ
 
 
ถ้าในกรณีผู้เสนอซื้อทรัพย์ร่วมโดยใช้ชื่อผู้เสนอซื้อ 2 คน จะต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มเติมในการเสนอซื้อหรือไม่
  ในกรณีนี้ ในวันโอนกรรมสิทธิ์จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติมคือ ทะเบียนสมรส พร้อมกับคู่สมรสของผู้ซื้อ จะต้องไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ด้วย เพื่อเซ็นรับรองเอกสารยินยอม ในการซื้อทรัพย์ แต่ถ้าคู่สมรสไม่สามารถไปได้ ผู้ซื้อจะต้องมีหนังสือยินยอมซื้อทรัพย์ พร้อมเซ็นรับรองยินยอมในการซื้อทรัพย์จากคู่สมรสด้วย
 
 
ถ้ากรณีผู้ซื้อทรัพย์ร่วมเป็นคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน และมีบุตร ผู้ซื้อจะต้องแจ้ง หรือมีเอกสารในเพิ่มเติมหรือไม่
  ผู้ซื้อจะต้องแจ้งว่ามีบุตร และมีเอกสารในการรับรองบุตร ให้กับทางบริษัทเพื่อเป็นการยืนยันในเรื่องการสืบทอดมรดก (ผู้รับสืบทอดมรดก)
 
 
ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าธรรมเนียมในการโอน
  ค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการโอนทรัพย์ ผู้ซื้อทรัพย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
 
 
อัตราการจ่ายค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าภาษีในการซื้อทรัพย์พร้อมขายเป็นอย่างไร
  ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมในการโอน 2% ค่าภาษีนิติบุคคล 1% ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% รวมทั้งหมดประมาณ 6.3% ของราคาซื้อขาย
 
 
กรณีทรัพย์สินที่สนใจซื้อเป็นหัองชุด ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่าย
  เจ้าของทรัพย์ (บริษัท เรโซลูชั่น อัลลายแอนซ์ จำกัด) จะเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่ายตามกฎหมายทั้งหมด และหลังจากจ่ายค่าใช้จ่ายค้างจ่ายแล้ว ทางบริษัทฯ จะได้รับใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลคอนโด เป็นเอกสารประกอบเพื่อใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อ ในวันโอนกรรมสิทธิ์
 
 
ในกรณีที่ทรัพย์สินพร้อมขายยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่ ผู้ซื้อต้องทำอย่างไร
  หากมีผู้อยู่อาศัยหรือผู้บุกรุกในทรัพย์พร้อมขาย ทาง CAS Capital (Thailand) Ltd. จะส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯไปเจรจากับผู้อยู่อาศัย หากไม่บรรลุข้อตกลง บริษัทฯจะดำเนินการ ทางกฎหมาย หรือถ้าผู้ซื้อได้ซื้อทรัพย์ไปแล้ว ผู้ซื้อสามารถเจรจาโดยตรงกับผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ย้ายออก หรือดำเนินการทางกฎหมายได้
 
 
ในกรณีชาวต่างชาติ สามารถซื้อทรัพย์พร้อมขายได้หรือไม่
  สำหรับชาวต่างชาติสามารถซื้อทรัพย์ประเภทคอนโดได้อย่างเดียว และในวันโอนกรรมสิทธิ์นั้นจะต้องมีเอกสารรับรองจากทางกงสุล (เอกสารต้องแปลเป็นภาษาไทย)เพื่อรับรองอีกด้วย
 
 
กรณีซื้อทรัพย์พร้อมขาย ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อกับ CAS Capital ได้หรือไม่
  CAS Capital (Thailand) Ltd. ไม่มีบริการให้สินเชื่อโดยตรง แต่ผู้ซื้อสามารถขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินใดก็ได้
 
 
การขายทอดตลาดคืออะไร และข้อควรปฏิบัติก่อนเข้าประมูลซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
  การขายทอดตลาดเป็นการขายทรัพย์ตามสภาพ โดยผ่านกระบวนการขายของกรมบังคับคดี และสำนักบังคับคดีในแต่ละเขตพื้นที่ ซึ่งก่อนเข้าสู้ราคา ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบสภาพทรัพย์ที่แท้จริง และรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะซื้อตามสถานที่ตั้งของทรัพย์สินที่ปรากฏในประกาศขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี และถือว่า ผู้ซื้อได้ทราบถึงสภาพทรัพย์นั้นโดยละเอียดครบถ้วน
 
 
จะทราบกำหนดการ สถานที่และทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดได้จากที่ใด
  ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ CAS Capital (Thailand) Ltd. โทร.0-2250-9500 หรือดูข้อมูลจากเวปไซต์ www.capital.co.th หรือ เวปไซต์กรมบังคับคดี www.led.go.th
 
 
จะปฏิบัติอย่างไรหากสนใจซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดจากทาง
  ติดต่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์เพื่อขอรับรายละเอียดของทรัพย์สินที่สนใจซื้อ และเยี่ยมชมทรัพย์เพื่อตรวจสอบสภาพทรัพย์ที่แท้จริง ในการประกอบการตัดสินใจซื้อ
 
 
วิธีการประมูลซื้ออสังหาริมทรัพย์
 

เงื่อนไขการเข้าสู้ราคา

ผู้ประสงค์จะเข้าสู้ราคาต้องวางหลักประกันการเข้าสู้ราคาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเงินสด หรือแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย สำนักงานบังคับคดีที่ประกาศขายทรัพย์ เป็นผู้รับเงิน หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารโดยไม่มีเงื่อนไข

ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20 ล้าน
5%
ราคาเริ่มต้นเกิน 20 ล้าน แต่ไม่เกิน 100 ล้าน 
ไม่เกิน 2 ล้าน
ราคาเริ่มต้นเกิน 100 ล้าน
3 ล้าน

โดยต้องทำสัญญาหรือข้อตกลงผูกพันกับกรมบังคับคดีในการเสนอราคา มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิลงชื่อเข้าสู้ราคา

ผู้ที่ซื้อไม่ได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะคืนหลักประกันให้ทันทีหลังการขายในวันนั้น

ส่วนผู้ที่เสนอราคาสูงสุดและเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นราคาที่สมควรขายได้ แต่มีผู้คัดค้านราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีจะเลื่อนการขายทอดตลาดไปในนัดต่อไป โดยผู้เสนอราคาสูงสุดจะต้องผูกพันกับการเสนอราคาดังกล่าวเป็นระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่เสนอราคา ตามมาตรา 309 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและถือว่าทราบกำหนดนัดและสถานที่ขายในนัดต่อไปแล้ว

ราคาเริ่มต้น เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาเริ่มต้นและราคาที่สมควรขายในการขายทอดตลาด ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2555 โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีจะใช้ราคาอ้างอิงของคณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ หากไม่มีราคาดังกล่าว จะใช้ราคาประเมินของสำนักงานวางทรัพย์กลาง และหากไม่มีราคาทั้งสองดังกล่าว จะใช้ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี ราคาประเมินอ้างอิงอาจเปลี่ยนแปลงได้หากประกาศคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาเริ่มต้นและราคาที่สมควรขายในการขายทอดตลาดดังกล่าวมีการแก้ไข

ข้อสัญญา

การรอนสิทธิ ค่าภาษีอากรต่าง ๆ เรื่องเขตเนื้อที่ การบอกประเภทและสภาพของทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่รับรองและไม่รับผิดชอบ

การวางมัดจำและชำระส่วนที่เหลือต้องวางชำระเป็นเงินสด ถ้าเป็นเช็คต้องเป็นแคชเชียร์เช็ค หรือเช็คของส่วนราชการ องค์การ หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งระบุ สำนักงานบังคับคดีที่ประกาศขายทรัพย์ เป็นผู้รับเงิน

กรณีผู้ต้องผูกพันกับการเสนอราคาตามมาตรา 309 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจะต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบพิมพ์ของกรมบังคับคดี โดยให้ถือว่าหลักประกันตามเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาเป็นเงินมัดจำและหากในการขายนัดต่อไป เจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้ขายให้แก่ผู้ต้องผูกพันราคาดังกล่าว ให้ถือว่าเงินมัดจำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการชำระราคา และจะต้องชำระราคาส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อได้เป็นต้นไป หากมีผู้เสนอราคาสูงกว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะคืนเงินมัดจำให้แก่ผู้ต้องผูกพันราคาดังกล่าว

ผู้ซื้อได้ต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบพิมพ์ของกรมบังคับคดี โดยให้ถือว่าหลักประกันตามเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาให้ถือเป็นสวนหนึ่งของการชำระราคา และผู้ซื้อจะต้องชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อเป้นต้นไป ส่วนหนังสือค้ำประกันของธนาคารจะถือเป็นส่วนหนึ่งของการชำระราคาต่อเมื่อเรียกเก็บเงินได้แล้วเท่านั้น

ผู้ซื้อได้จะต้องเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าภาษีต่าง ๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลรัษฎากร และตามสัญญาผู้ซื้อทรัพย์มีสิทธินำใบเสร็จรับเงินที่มีรายการชำระค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายมาขอคืนภาษีภายใน 20 วัน นับแต่วันชำระราคาครบถ้วน หากไม่มาขอคืนภาษีภายในกำหนดจะถือว่าผู้ซื้อทรัพย์ไม่ติดใจขอคืนภาษีดังกล่าว เว้นแต่เป็นการซื้อโดยการจำนองติดไป การขายห้องชุดที่มีค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างชำระสูงกว่าราคาสมควรขายจะไม่มีการคืนภาษีดังกล่าวให้

คำเตือนผู้ซื้อ

ก่อนเข้าสู้ราคา ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะซื้อตามสถานที่ และแผนที่การไปที่ปรากฏในประกาศ และถือว่าผู้ซื้อได้ทราบถึงสภาพทรัพย์นั้นโดยละเอียดครบถ้วนแล้ว

ผู้รับมอบอำนาจในการเข้าสู้ราคา ต้องส่งใบมอบอำนาจต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนเข้าสู้ราคา มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการเข้าสู้ราคาในนามตนเองซึ่งจะเปลี่ยนชื่อในภายหลังมิได้ และหากผู้เข้าสู้ราคาเป็นนิติบุคคลก็ต้องส่งหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และหนังสือมอบอำนาจของกรรมการ หรือผู้จัดการของนิติบุคคลผู้มีอำนาจต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนเข้าสู้ราคาด้วย

หลักฐานที่ต้องนำมาในวันประมูล

1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ฉบับ

2. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ซื้อ ต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3. กรณีประสงค์ให้บุคคลอื่นเข้าประมูลแทน ต้องมีใบมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท และมีบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ฉบับทั้งของผู้ที่จะใช้ชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์และผู้มาประมูลแทน

4. เงินสดหรือแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย ตามที่ระบุในประกาศขายทอดตลาดของแต่ละสำนักงานบังคับคดี เป็นผู้รับเงิน เพื่อเป็นหลักประกันการเข้าสู้ราคา มิฉะนั้นจะไม่มิสิทธิ์ลงชื่อเข้าสู้ราคา เว้นแต่ผู้เข้าสู้ราคานั้นเป็นผู้มีสิทธิ์ขอหักส่วนได้ใช้แทน หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือคู่สมรสที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้กันส่วนแล้ว และผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต

 
ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มาจากที่ใด และใครเป็นผู้กำหนดราคา
  ราคาประเมินเจ้าพนักงานบังคับคดี เป็นราคาประเมินขณะยึดทรัพย์ หรือราคาประเมินของฝ่ายประเมินราคาสำนักงานวางทรัพย์กลาง (ถ้ามี) แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่ากันในประกาศขายทอดตลาด เพื่อให้คู่ความ ผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนผู้สนใจได้ทราบ
 
 
ถ้าลูกค้าต้องการเข้าชมทรัพย์ก่อนวันประมูล สามารถเข้าไปชมทรัพย์ได้หรือไม่
  แล้วแต่กรณี เพราะทรัพย์ประมูลในที่นี้ยังไม่ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ตามกฎหมาย ถ้าทรัพย์นั้นยังมีผู้อาศัยอยู่ ผู้สนใจซื้ออาจจะขออนุญาตผู้ที่อยู่ในบ้าน เข้าไปชมได้ ถ้าทรัพย์นั้นไม่มีผู้อยู่อาศัย หรือถูกทิ้งร้าง ผู้สนใจซื้อก็สามารถชมทรัพย์ได้ตามสภาพ
 
 
ถ้าประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้ว แต่เจ้าของทรัพย์เดิมไม่ยอมย้ายออก ผู้ประมูลซื้อได้จะต้องทำอย่างไร
  เมื่อประมูลซื้อทรัพย์ได้และเป็นเจ้าของทรัพย์สินตามกฎหมายแล้ว สามารถปฏิบัติได้ 2 ทางคือ เจรจากับผู้อยู่อาศัยเดิมให้ย้ายออกจากทรัพย์นั้น หรือดำเนินการทางกฎหมายโดยฟ้องร้องขับไล่ ทั้งนี้ ก่อนการประมูล ผู้ประมูลมีหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์ก่อนการประมูล โดยทรัพย์ประมูลจะทำการขายตามสภาพที่เป็นอยู่แต่เดิม
 
 
ในการประมูลทรัพย์สิน ฝ่ายโจทก์ และฝ่ายจำเลย มีสิทธิ์ค้านราคาหรือไม่
  กรมบังคับคดีให้สิทธิ์โจทก์และจำเลยมีสิทธิ์ค้านราคาได้ครั้งเดียว และกรมบังคับคดีจะแจ้งให้โจทก์และจำเลยหาผู้สนใจมาซื้อทรัพย์นั้น ในวันประมูลครั้งต่อไป มิเช่นนั้นในการขายครั้งต่อไป ถ้ามีผู้ประมูลเสนอราคาที่กรมบังคับคดีสามารถรับได้ ทรัพย์นั้นจะถูกขายไปทันที ทั้งนี้ทางกรมบังคับคดีได้ให้สิทธิ์จำเลย (ลูกหนี้และผู้มีส่วนได้เสีย) ในการคัดค้านการขายในขณะประมูล ดังนั้นโอกาสในการถูกเรียกร้องจากลูกหนี้ในภายหลังจึงเป็นไปได้น้อยมาก
 
 
หลังจากจบสิ้นการประมูล นอกจากราคาของทรัพย์สินที่ประมูลได้แล้ว ผู้ประมูลได้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายใดอีกบ้าง
  ผู้ซื้อหรือผู้ที่ประมูลได้จะต้องรับผิดชอบชำระค่าโอน 2% และภาษีในอัตราประมาณ 2.5% ขึ้นอยู่กับระยะการถือครองทรัพย์สินของผู้ขาย (ถ้ามี) ที่กรมที่ดิน แต่ถ้าทรัพย์ที่ประมูลซื้อได้เป็นคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อจะต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่ายที่ลูกหนี้เดิมค้างชำระกับทางนิติบุคคลคอนโด เพราะผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าใช้จ่ายค้างจ่ายนั้น
 
 
ขอทราบเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานกรมบังคับคดีในกรุงเทพและจังหวัดต่างๆ
กรมบังคับคดี 0-2881-4337 , 0-2887-5024 , 0-2881-4999
สำนักงานบังคับคดีพื้นที่เขตมีนบุรี 0-2517-7987 ถึง 9, 0-2540-5524 ถึง 5
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกระบี่ 0-7562-3092, 0-7563-1313 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี 0-3451-4566, 0-3451-4754, 0-3462-3380
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ 0-4381-3536 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกำแพงเพชร 0-5571-3140, 0-5571-3141
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่น 0-4323-6407, 0-4324-3405
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่น สาขาเมืองพล 0-4341-5681
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดจันทบุรี 0-3932-3169, 0-3933-0170
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา 0-3851-3250 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี 0-3827-9706, 0-3827-7706, 0-3828-4350
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา 0-3825-19758-9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยนาท 0-5641-4357 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ 0-4483-4093, 0-4483-4094
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ สาขาภูเขียว 0-4486-1293
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชุมพร 0-7750-2760, 0-7750-2410
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชุมพร สาขาหลังสวน 0-7754-4264, 0-7754-1107
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย 0-5371-6080 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย สาขาฝาง 0-5345-1206
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ 0-5389-0465 ถึง 6
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตรัง 0-7521-1771 ถีง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตราด 0-3953-2477 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตาก 0-5551-2968, 0-5551-3765, 0-5551-4350
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตาก สาขาแม่สอด 0-5556-3185-6
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครนายก 0-3731-1582, 0-3731-1167, 0-3731-2300
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐม 0-3425-6437, 0-3424-1895
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครพนม 0-4251-5461 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา 0-4424-3161
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา สาขาบัวใหญ่ 0-4446-2992-3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว 0-4441-1434
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช 0-7534-0374 ถึง 5
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง 0-7542-3435, 0-7542-3436
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาปากพนัง 0-7525-4256
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครสวรรค์ 0-5622-6602, 0-5622-6992
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนนทบุรี 0-2594-4084, 0-2594-4044, 0-2922-2498 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนราธิวาส 0-7351-3471 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดน่าน 0-5477-4469 ถึง 70
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ 0-4461-4338 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง 0-4462-4610
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี 0-2581-2630 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี สาขาธัญบุรี 0-2577-5523 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0-3260-2272 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปราจีนบุรี 0-3721-5794 ถึง 5
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี 0-3728-8098-9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปัตตานี 0-7333-5161 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 0-3524-4319
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพะเยา 0-5441-0845, 0-5441-0831 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพังงา 0-7643-0143 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพังงา สาขาตะกั่วป่า 0-7642-4628-9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพัทลุง 0-7461-1619, 0-7461-1677, 0-7461-2401
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร 0-5665-0948, 0-5661-3107
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก 0-5525-9537, 0-5524-5081, 0-5525-2931
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี 0-3242-8001 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์ 0-5672-3045, 0-5672-3044
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ 0-5462-7579, 0-5462-7580
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ต 0-7621-7090 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดมหาสารคาม 0-4374-3197, 0-4372-3724
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดมุกดาหาร 0-4261-3771 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน 0-5361-3626 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดยโสธร 0-4571-4065 ถึง 6, 0-4571-4662
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดยะลา 0-7321-5644
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดยะลา สาขาเบตง 0-7323-4624 ถึง 6
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ด 0-4351-4320 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดระนอง 0-7782-4066 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยอง 0-3862-0888, 0-3886-1178
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดราชบุรี 0-3232-1313, 0-3232-6011 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลพบุรี 0-3641-3137, 0-3641-1057
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลำปาง 0-5422-4920, 0-5422-6660
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลำพูน 0-5356-1496, 0-5351-2463 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเลย 0-4284-1911 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดศรีษะเกษ 0-4561-3186
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสกลนคร 0-4271-2384, 0-4271-6297 ถึง 8
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสกลนคร สาขาสว่างแดนดิน 0-4272-2147, 0-4272-2148
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสงขลา 0-7432-4569, 0-7431-4904, 0-7431-1292
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสตูล 0-7472-3590 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ 0-2387-1731 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสงคราม 0-3471-4543, 0-3471-6256 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสาคร 0-3442-7019 ถึง 9, 0-3482-0263
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว 0-3724-2175, 0-3724-2178, 0-3724-2192
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสระบุรี 0-3621-2160, 0-3621-2066
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสิงห์บุรี 0-3652-2803
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุโขทัย 0-5562-1790 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุโขทัย สาขาสวรรคโลก 0-5564-3419
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี 0-3552-3390, 0-3552-3391
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุราษฏร์ธานี 0-77286188, 0-7728-4970, 0-7728-8290
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุราษฏร์ธานี สาขาไชยา 0-7743-5576
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ 0-4451-4526 ถึง 8
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ สาขารัตนบุรี 0-4459-9056
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดหนองคาย 0-4246-1059, 0-4246-1060, 0-4246-1064
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดหนองบัวลำภู 0-4231-1747
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอ่างทอง 0-3561-4658, 0-3561-4038
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอำนาจเจริญ 0-4545-2001 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี 0-4224-6018, 0-4224-6012
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุตรดิตถ์ 0-5541-3784, 0-5541-7217, 0-5544-2618, 0-5544-2958
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุทัยธานี 0-5651-2408
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุบลราชธานี 0-4524-4254, 0-4524-5091, 0-4524-5098 ต่อ 122
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุบลราชธานี สาขาเดชอุดม 0-4536-1909-10