เกี่ยวกับเรา
 ติดต่อเรา
 คุณถาม-เราตอบ
 ข้อตกลง
  ท่านมีทรัพย์สินเก็บไว้ในแค็ตตาล็อค ส่วนตัวจำนวน 0  ชิ้น  
 
 
หากสนใจที่จะซื้อทรัพย์สินพร้อมขาย และเข้าชมทรัพย์ ควรปฏิบัติอย่างไร
หลังจากตัดสินใจซื้อแล้ว ขั้นตอนการซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
อยากทราบว่าสามารถติดต่อบริษัทตัวแทนนายหน้า (Broker) บริษัทใดได้บ้าง ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนนายหน้าขายทรัพย์ที่ได้รับแต่งตั้งจาก Capital Advisory Services (Thailand) Ltd.
เอกสารประกอบการเสนอซื้อมีอะไรบ้าง
ขั้นตอนการวางเงินมัดจำ และการทำสัญญาซื้อขายเป็นอย่างไร
ในวันเซ็นสัญญาและวางเงินมัดจำ ผู้เสนอซื้อ จะได้รับเอกสารใดบ้าง เพื่อเป็นการยืนยัน ในการวางเงินมัดจำในการซื้อทรัพย์
เมื่อผู้เสนอซื้อเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อในภายหลัง ลูกค้าสามารถเปลี่ยนได้หรือไม่
ถ้าในกรณีผู้เสนอซื้อทรัพย์ร่วมโดยใช้ชื่อผู้เสนอซื้อ 2 คน จะต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มเติม ในการเสนอซื้อหรือไม่
ถ้ากรณีผู้ซื้อทรัพย์ร่วมเป็นคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน และมีบุตร ผู้ซื้อจะต้องแจ้ง หรือมีเอกสารใดเพื่มเติมหรือไม่
ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าธรรมเนียมในการโอน
อัตราการจ่ายค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าภาษีในการซื้อทรัพย์พร้อมขายเป็นอย่างไร
กรณีทรัพย์สินที่สนใจซื้อเป็นห้องชุด ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่าย
ในกรณีที่ทรัพย์สินพร้อมขายยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่ ผู้ซื้อต้องทำอย่างไร
ในกรณีชาวต่างชาติ สามารถซื้อทรัพย์พร้อมขายได้หรือไม่
กรณีซื้อทรัพย์พร้อมขาย ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อกับ Capital Services Group ได้หรือไม่
 
การขายทอดตลาดคืออะไร และข้อควรปฏิบัติก่อนเข้าประมูลซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
จะทราบกำหนดการ สถานที่และทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดได้จากที่ใด
จะปฏิบัติอย่างไรหากสนใจซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดจากทาง Capital Services Group
วิธีการประมูลซื้ออสังหาริมทรัพย์
สินทรัพย์ที่นามาประมูลเป็นลูกหนี้ของใคร
กองทุนรวมและบริษัทบริหารสินทรัพย์ คืออะไร
ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มาจากที่ใด และใครเป็นผู้กำหนดราคา
ถ้าไม่มีผู้เข้าสู้ราคาในการซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดในครั้งที่ 1 ราคาเริ่มต้นประมูลทรัพย์ในครั้งต่อไปจะลดลงใช่หรือไม่
การกำหนดวันขายทอดตลาดทรัพย์เป็นอย่างไร
ถ้าลูกค้าต้องการเข้าชมทรัพย์ก่อนวันประมูล สามารถเข้าไปชมทรัพย์ได้หรือไม่
ถ้าประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้ว แต่เจ้าของทรัพย์เดิมไม่ยอมย้ายออก ผู้ประมูลซื้อได้จะต้องทำอย่างไร
ในการประมูล ถ้าผู้สนใจซื้อไม่สามารถประมูลซื้อทรัพย์ได้ ผู้สนใจซื้อจะได้รับเงินประกันคืนหรือไม่ และสามารถใช้เงินประกันจำนวนนั้น สำหรับประมูลสินทรัพย์ตัว อื่นได้หรือไม่
ในการประมูลทรัพย์สิน ฝ่ายโจทก์ และฝ่ายจำเลย มีสิทธิ์ค้านราคาหรือไม่
หากผู้ซื้อสามารถประมูลทรัพย์ได้แล้ว แต่เปลี่ยนใจไม่ซื้อทรัพย์ชิ้นนั้นในภายหลัง ผู้ซื้อสามารถร้องขอคืนเงินประกันที่จ่ายไว้ ณ วันที่ประมูลซื้อ ได้หรือไม่
ถ้าประมูลซื้อทรัพย์ได้ แต่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายในจำนวนที่เหลือ ภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ 15 วัน ผู้ประมูลทรัพย์จะต้องทำอย่างไร
ผู้ประมูลสามารถขอสินเชื่อโดยตรงจากกองทุนรวมโกลบอลไทยพร็อพเพอร์ตี้ , กองทุนรวมไทยสตราทิจิคแอสเซ็ท และบริษัทบริหารสินทรัพย์พาลาภ ได้หรือไม่
หลังจากจบสิ้นการประมูล นอกจากราคาของทรัพย์สินที่ประมูลได้แล้ว ผู้ประมูลได้ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายใดอีกบ้าง
ถ้าประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้ว ผู้ซื้อจะเบิกกุญแจเพื่อเข้าไปภายในทรัพย์ได้อย่างไร
ขอทราบเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานกรมบังคับคดีในกรุงเทพฯ และ จังหวัดต่างๆ
หากสนใจที่จะซื้อทรัพย์สินพร้อมขายและเข้าชมทรัพย์ควรปฏิบัติอย่างไร
  ลูกค้าสามารถติดต่อซื้อทรัพย์ได้ 2 ทาง คือ
1.) ซื้อผ่านทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของทาง Capital Advisory Services (Thailand) Ltd. โทร0-2250-9500 โดยเจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลและรายละเอียดของทรัพย์ พร้อมพาลูกค้าไปชมทรัพย์ และชี้แจง ขั้นตอนการซื้อขายทรัพย์โดยตรง

2.) ซื้อผ่านบริษัทตัวแทนนายหน้าซึ่งทาง เจ้าของทรัพย์ (บริษัท เรโซลูชั่น อัลลายแอนซ์ จำกัด) ได้แต่งตั้งตัวแทนขายทรัพย์สิน (Broker) เพื่อดูแลลูกค้าและพาเยี่ยมชมทรัพย์ก่อนตัดสินใจซื้อ
 
 
หลังจากตัดสินใจซื้อแล้ว ขั้นตอนการซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
  1.) ผู้เสนอซื้อจะต้องกรอกคำเสนอซื้อตามแบบฟอร์มที่ทาง Capital Advisory Services (Thailand) Ltd. กำหนด พร้อมส่งเอกสารคำเสนอซื้อผ่านทางโทรสารหมายเลข 0-2646-4749, ส่งจดหมายลงทะเบียน ,ส่งผ่านทางตัวแทนนายหน้าขายทรัพย์ หรือส่งผ่านเข้าหน้าที่ฝ่ายขายของ บริษัทฯ

2.) ในกรณีทรัพย์ที่เสนอซื้อมีมูลค่าต่ำกว่า 5 ล้านบาท บริษัทฯ จะแจ้งผลการเสนอซื้อกลับไปยังลูกค้าภายใน 3 วัน ทำการ กรณีทรัพย์มีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านบาท จะแจ้งภายใน 10 วัน ทำการ

3.) เมื่อคำเสนอซื้อได้รับการอนุมัติแล้ว ผู้ซื้อจะต้องวางเงินมัดจำเป็นจำนวนร้อยละ 5 ของราคาทรัพย์ที่ได้รับการอนุมัติซื้อ พร้อมกับเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายภายใน 7 วัน หลังจากคำเสนอซื้อได้รับการอนุมัติแล้ว

4.) หลังจากนั้นภายใน 30 วัน ผู้ซื้อจะต้องชำระราคาทรัพย์ส่วนที่เหลือ พร้อมทั้งโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ซื้อภายในวันเดียวกัน
 
 
อยากทราบว่าสามารถติดต่อบริษัทตัวแทนนายหน้า (Broker) บริษัทใดได้บ้าง ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนนายหน้าขายทรัพย์ที่ได้รับแต่งตั้งจาก Capital Advisory Services (Thailand) Ltd.
  มีทั้งหมด 5 บริษัท ได้แก่

1. บริษัท บุญไทย ลอว์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
2. บริษัท กนกเรียลตี้ จำกัด
3. บริษัท เรียลตี้เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด
4. บริษัท พร็อพเพอร์ตี้เวิลด์ จำกัด
5. ห้างหุ้นส่วน จำกัด อีซี่ โฟร์ โฮม
และนอกจากนี้ ทาง บริษัทฯได้แต่งตั้งนายหน้าขายทรัพย์รายย่อยเพื่อบริการและให้ข้อมูลแก่ลูกค้าอีกด้วย
 
 
เอกสารประกอบการเสนอซื้อมีอะไรบ้าง
  เอกสารสำหรับขั้นตอนการเสนอซื้อ ได้แก่

1.) หนังสือสคำเสนอซื้อตามแบบฟอร์มของทาง Capital Advisory Services (Thailand) Ltd.

2.) กรณีผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดา เอกสารประกอบคือ
- สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

3.) กรณีผู้ซื้อเป็นนิติบุคคล เอกสารประกอบคือหนังสือรับรองบริษัทฯ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ของผู้รับมอบอำนาจซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจ ลงนาม หลังจากนั้น รอฟังผลอนุมัติจากทาง Capital Advisory Services (Thailand)Ltd.และนัดวันเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำต่อไป
 
 
ขั้นตอนการวางเงินมัดจำ และการทำสัญญาซื้อขายเป็นอย่างไร
 

1.) สำหรับผู้เสนอซื้อทรัพย์ในเขตจังหวัดกรุงเทพ และปริมณฑล ผู้เสนอซื้อจะต้องวางเงินมัดจำ จำนวน 5% ของราคาซื้อขายภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับอนุมัติเสนอซื้อ โดยสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค และสำหรับผู้เสนอซื้อทรัพย์ในต่างจังหวัด ผู้เสนอซื้อจะต้องวางเงินมัดจำ จำนวน 5% ของราคาซื้อขาย ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับอนุมัติเสนอซื้อ โดยจ่ายเป็นดร๊าฟ

2.) หากผู้เสนอซื้อไม่วางเงินมัดจำภายในกำหนดเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯถือว่าท่านสละสิทธิ์การจองซื้อทรัพย์รายการดังกล่าว และบริษัทจะให้สิทธิการซื้อแก่ ผู้เสนอซื้อรายต่อไป (หากมี)

3.) เอกสารประกอบการทำสัญญาซื้อขาย
3.1 กรณีบุคคลธรรมดา ประกอบไปด้วย
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล(ถ้ามี)
- ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านคู่สมรส(ถ้ามี)

3.2 กรณีนิติบุคคล ประกอบไปด้วย
- หนังสือรับรองบริษัท (ฉบับนายทะเบียน รับรองไม่เกิน 3 เดือน)
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและผู้รับมอบอำนาจ
- วาระการประชุมบริษัท 1 เดือน

ทั้งนี้ เอกสารประกอบการซื้อขายดังกล่าวข้างต้น จะต้องถ่ายสำเนา และรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ

4.) การโอนกรรมสิทธิ์
กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 30 วันนับจากวันวางเงินมัดจำ หากผู้เสนอซื้อไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกำหนดการดังกล่าวโดยมีเหตุผล ซึ่งทาง บริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเหตุอันควร ทางบริษัทฯ จะพิจารณาขยายระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นไม่เกิน 30-60 วัน โดยผู้เสนอซื้อต้องวางเงินมัดจำเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ของราคาซื้อขายตามที่บริษัทฯ อนุมัติ และหากกรณีผู้เสนอซื้อไม่สามารถทำการโอนกรรมสิทธิ์ตามระยะเวลาดังกล่าวได้นั้น บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการริบเงินมัดจำในวันโอนกรรมสิทธิ์ และผู้จะซื้อจะต้องชำระส่วนที่เหลือให้ครบ ตามจำนวนที่ระบุในสัญญาจะซื้อจะขายในวันโอนกรรมสิทธิ์ (ในกรณีซื้อทรัพย์เขตจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล สั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค ส่วนซื้อทรัพย์ในต่างจังหวัดซื้อเป็นดร๊าฟ)

 
 
ในวันเซ็นสัญญาและวางเงินมัดจำ ผู้เสนอซื้อจะได้รับเอกสารใดบ้าง เพื่อเป็นการยืนยันในการวางเงินมัดจำ ในการซื้อทรัพย์
  ผู้เสนอซื้อจะได้รับเอกสารเพื่อเป็นหลักฐานดังนี้คือ
- สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย
- ใบเสร็จรับจ่ายแคชเชียร์เช็ค
- สำเนาโฉนดของทรัพย์
 
 
เมื่อผู้เสนอซื้อเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อในภายหลัง ลูกค้าสามารถเปลี่ยนได้หรือไม่
  กรณีผู้ซื้อต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ซื้อจากที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายนั้น สามารถกระทำได้ แต่ทางบริษัทจะคิดค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนชื่อผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และผู้ซื้อต้องแจ้งเป็นหนังสือมายังบริษัทก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์ชิ้นนั้นอย่างน้อย 5 วันทำการ
 
 
ถ้าในกรณีผู้เสนอซื้อทรัพย์ร่วมโดยใช้ชื่อผู้เสนอซื้อ 2 คน จะต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มเติมในการเสนอซื้อหรือไม่
  ในกรณีนี้ ในวันโอนกรรมสิทธิ์จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติมคือ ทะเบียนสมรส พร้อมกับคู่สมรสของผู้ซื้อ จะต้องไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ด้วย เพื่อเซ็นรับรองเอกสารยินยอม ในการซื้อทรัพย์ แต่ถ้าคู่สมรสไม่สามารถไปได้ ผู้ซื้อจะต้องมีหนังสือยินยอมซื้อทรัพย์ พร้อมเซ็นรับรองยินยอมในการซื้อทรัพย์จากคู่สมรสด้วย
 
 
ถ้ากรณีผู้ซื้อทรัพย์ร่วมเป็นคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน และมีบุตร ผู้ซื้อจะต้องแจ้ง หรือมีเอกสารในเพิ่มเติมหรือไม่
  ผู้ซื้อจะต้องแจ้งว่ามีบุตร และมีเอกสารในการรับรองบุตร ให้กับทางบริษัทเพื่อเป็นการยืนยันในเรื่องการสืบทอดมรดก (ผู้รับสืบทอดมรดก)
 
 
ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าธรรมเนียมในการโอน
  ค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการโอนทรัพย์ ผู้ซื้อทรัพย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
 
 
อัตราการจ่ายค่าธรรมเนียมในการโอน และค่าภาษีในการซื้อทรัพย์พร้อมขายเป็นอย่างไร
  ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมในการโอน 2% ค่าภาษีนิติบุคคล 1% ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% รวมทั้งหมดประมาณ 6.3% ของราคาซื้อขาย
 
 
กรณีทรัพย์สินที่สนใจซื้อเป็นหัองชุด ใครเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่าย
  เจ้าของทรัพย์ (บริษัท เรโซลูชั่น อัลลายแอนซ์ จำกัด) จะเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่ายตามกฎหมายทั้งหมด และหลังจากจ่ายค่าใช้จ่ายค้างจ่ายแล้ว ทางบริษัทฯ จะได้รับใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลคอนโด เป็นเอกสารประกอบเพื่อใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อ ในวันโอนกรรมสิทธิ์
 
 
ในกรณีที่ทรัพย์สินพร้อมขายยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่ ผู้ซื้อต้องทำอย่างไร
  หากมีผู้อยู่อาศัยหรือผู้บุกรุกในทรัพย์พร้อมขาย ทาง Capital Advisory Services (Thailand) Ltd. จะส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯไปเจรจากับผู้อยู่อาศัย หากไม่บรรลุข้อตกลง บริษัทฯจะดำเนินการ ทางกฎหมาย หรือถ้าผู้ซื้อได้ซื้อทรัพย์ไปแล้ว ผู้ซื้อสามารถเจรจาโดยตรงกับผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ย้ายออก หรือดำเนินการทางกฎหมายได้
 
 
ในกรณีชาวต่างชาติ สามารถซื้อทรัพย์พร้อมขายได้หรือไม่
  สำหรับชาวต่างชาติสามารถซื้อทรัพย์ประเภทคอนโดได้อย่างเดียว และในวันโอนกรรมสิทธิ์นั้นจะต้องมีเอกสารรับรองจากทางกงสุล (เอกสารต้องแปลเป็นภาษาไทย)เพื่อรับรองอีกด้วย
 
 
กรณีซื้อทรัพย์พร้อมขาย ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อกับ Capital Services Group ได้หรือไม่
  Capital Advisory Services (Thailand)Ltd. ไม่มีบริการให้สินเชื่อโดยตรง แต่ผู้ซื้อสามารถขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินใดก็ได้
 
 
การขายทอดตลาดคืออะไร และข้อควรปฏิบัติก่อนเข้าประมูลซื้อทรัพย์เป็นอย่างไร
  การขายทอดตลาดเป็นการขายทรัพย์ตามสภาพ โดยผ่านกระบวนการขายของกรมบังคับคดี และสำนักบังคับคดีในแต่ละเขตพื้นที่ ซึ่งก่อนเข้าสู้ราคา ผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบสภาพทรัพย์ที่แท้จริง และรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะซื้อตามสถานที่ตั้งของทรัพย์สินที่ปรากฏในประกาศขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี และถือว่า ผู้ซื้อได้ทราบถึงสภาพทรัพย์นั้นโดยละเอียดครบถ้วน
 
 
จะทราบกำหนดการ สถานที่และทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดได้จากที่ใด
  ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ Capital Advisory Services (Thailand) Ltd. โทร.0-2250-9500 หรือดูข้อมูลจากเวปไซต์ www.capital.co.th หรือ เวปไซต์กรมบังคับคดี www.led.go.th
 
 
จะปฏิบัติอย่างไรหากสนใจซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดจากทาง
  ติดต่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์เพื่อขอรับรายละเอียดของทรัพย์สินที่สนใจซื้อ และเยี่ยมชมทรัพย์เพื่อตรวจสอบสภาพทรัพย์ที่แท้จริง ในการประกอบการตัดสินใจซื้อ
 
 
วิธีการประมูลซื้ออสังหาริมทรัพย์
  1.) ผู้เข้าสู้ราคาต้องลงลายมือชื่อ ในใบรายชื่อผู้เข้าสู้ราคาพร้อมวางเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คเป็นหลักประกันก่อนเข้าสู้ราคา ต่อเจ้าพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน เว้นแต่ผู้เข้าสู้ราคานั้นเป็นผู้มีสิทธิ์ขอหักส่วนลดได้ใช้แทนหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือคู่สมรสที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้กันส่วนแล้วหรือผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เขาเฉลี่ยทรัพย์ แล้วไม่ต้องวางเงินหลักประกัน

2.) ผู้เข้าสู้ราคาต้องขอรับบัตรคิวจากพนักงาน เพื่อความสะดวกในการเสนอราคา ก่อนเข้าไปนั่งในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้

3.) อัตราการเพิ่มราคาการประมูลมีดังนี้

ราคาประเมิน อัตราการเพิ่ม
ต่ำกว่า 50,000 บาท
1,000 บาท
50,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
2,000 บาท
100,000 แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
5,000 บาท
300,000 แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
10,000 บาท
500,000 แต่ไม่เกิน 700,000 บาท
20,000 บาท
700,000 แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท
30,000 บาท
1,000,000 แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
50,000 บาท
5,000,000 แต่ไม่เกิน 20,000,000 บาท
100,000 บาท
20,000,000 แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท
200,000 บาท
50,000,000 แต่ไม่เกิน 80,000,000 บาท
500,000 บาท
80,000,000 บาท ขึ้นไป
1,000,000 บาท

4.) เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณาเห็นว่าราคาที่ผู้เสนอเป็นราคาที่สมควรจะขาย เจ้าพนักงานจะขานราคาและนับหนึ่ง 3 ครั้ง ขานราคาและนับสองอีก 3 ครั้ง และหากไม่มีผู้ให้ราคาสูงกว่านั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจะนับสามพร้อมเคาะไม่ขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุดดังกล่าว

หลักฐานที่ต้องนำมาในวันประมูล
1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ฉบับ

2. กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ซื้อ ต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3. กรณีประสงค์ให้บุคคลอื่นเข้าประมูลแทน ต้องมีใบมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท และมีบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ฉบับทั้งของผู้ที่จะใช้ชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์และผู้มาประมูลแทน

4. เงินสดหรือแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย ตามที่ระบุในประกาศขายทอดตลาดของแต่ละสำนักงานบังคับคดี เป็นผู้รับเงิน เพื่อเป็นหลักประกันการเข้าสู้ราคา มิฉะนั้นจะไม่มิสิทธิ์ลงชื่อเข้าสู้ราคา เว้นแต่ผู้เข้าสู้ราคานั้นเป็นผู้มีสิทธิ์ขอหักส่วนได้ใช้แทน หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือคู่สมรสที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้กันส่วนแล้ว และผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต
 
สินทรัพย์ที่นำมาประมูลเป็นลูกหนี้ของใคร
   บริษัท บริหารสินทรัพย์ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด และ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ฮ่องกง) จำกัด
 
 
ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มาจากที่ใด และใครเป็นผู้กำหนดราคา
  ราคาประเมินเจ้าพนักงานบังคับคดี เป็นราคาประเมินขณะยึดทรัพย์ หรือราคาประเมินของฝ่ายประเมินราคาสำนักงานวางทรัพย์กลาง (ถ้ามี) แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่ากันในประกาศขายทอดตลาด เพื่อให้คู่ความ ผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนผู้สนใจได้ทราบ
 
 
ถ้าไม่มีผู้เข้าสู้ราคาในการซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดในครั้งที่ 1 ราคาเริ่มต้นประมูลทรัพย์ในครั้งต่อไปจะลดลงใช่หรือไม่
  ใช่ ในการประมูลครั้งที่ 1 ราคาประมูลเริ่มต้นที่ร้อยละ 80 ของราคาประเมินเจ้าพนักงาน แต่ถ้าไม่มีผู้เข้าสู้ราคาในครั้งนั้น ในการประมูลในครั้งที่ 2 เป็นต้นไป ราคาประมูลเริ่มต้นที่ร้อยละ 50 ของราคาประเมินเจ้าพนักงาน หรือหากมีราคาที่คณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ได้กำหนดไว้ ให้ถือเอาราคาของคณะกรรมการฯ เป็นราคาเริ่มต้น
 
 
การกำหนดวันขายทอดตลาดทรัพย์เป็นอย่างไร
  ในปัจจุบัน กรมบังคับคดีออกนโยบายกำหนดวันขายทอดตลาด 4 นัดในใบประกาศฉบับเดียว ซึ่งการขายทอดตลาดในนัดแรก ทรัพย์อาจจะถูกขายเป็นครั้งที่ 1,2,3,... ขึ้นอยู่กับว่าทรัพย์ชิ้นนั้นผ่านการขายเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว และราคาเริ่มต้นประมูลของทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงตามจำนวนครั้งการขาย
 
 
ถ้าลูกค้าต้องการเข้าชมทรัพย์ก่อนวันประมูล สามารถเข้าไปชมทรัพย์ได้หรือไม่
  แล้วแต่กรณี เพราะทรัพย์ประมูลในที่นี้ยังไม่ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ตามกฎหมาย ถ้าทรัพย์นั้นยังมีผู้อาศัยอยู่ ผู้สนใจซื้ออาจจะขออนุญาตผู้ที่อยู่ในบ้าน เข้าไปชมได้ ถ้าทรัพย์นั้นไม่มีผู้อยู่อาศัย หรือถูกทิ้งร้าง ผู้สนใจซื้อก็สามารถชมทรัพย์ได้ตามสภาพ
 
 
ถ้าประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้ว แต่เจ้าของทรัพย์เดิมไม่ยอมย้ายออก ผู้ประมูลซื้อได้จะต้องทำอย่างไร
  เมื่อประมูลซื้อทรัพย์ได้และเป็นเจ้าของทรัพย์สินตามกฎหมายแล้ว สามารถปฏิบัติได้ 2 ทางคือ เจรจากับผู้อยู่อาศัยเดิมให้ย้ายออกจากทรัพย์นั้น หรือดำเนินการทางกฎหมายโดยฟ้องร้องขับไล่ ทั้งนี้ ก่อนการประมูล ผู้ประมูลมีหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์ก่อนการประมูล โดยทรัพย์ประมูลจะทำการขายตามสภาพที่เป็นอยู่แต่เดิม
 
 
ในการประมูล ถ้าผู้สนใจซื้อไม่สามารถประมูลซื้อทรัพย์ได้ ผู้สนใจซื้อจะได้รับเงินประกันคือหรือไม่ และสามารถใช้เงินประกันจำนวนนั้นสำหรับประมูลสินทรัพย์ตัวอื่นได้หรือไม่
  ผู้สนใจซื้อทรัพย์สินสามารถรับเงินประกันคืนได้ทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการประมูลทรัพย์ชิ้นนั้น และผู้ประมูลจะต้องนำหลักฐานใบรับเงินประกัน และบัตรประมูลไปติดต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดี เพื่อรับเงินประกันคืน และแลกบัตรประมูลหมายเลขใหม่เพื่อซื้อทรัพย์ในชิ้นต่อไป หรือสามารถนำเงินมาวางประกันเพื่อนแลกบัตรให้ครบกับจำนวนทรัพย์ที่ต้องการจะซื้อในคราวเดียวกัน ก่อนประมูลซื้อทรัพย์
 
 
ในการประมูลทรัพย์สิน ฝ่ายโจทก์ และฝ่ายจำเลย มีสิทธิ์ค้านราคาหรือไม่
  กรมบังคับคดีให้สิทธิ์โจทก์และจำเลยมีสิทธิ์ค้านราคาได้ครั้งเดียว และกรมบังคับคดีจะแจ้งให้โจทก์และจำเลยหาผู้สนใจมาซื้อทรัพย์นั้น ในวันประมูลครั้งต่อไป มิเช่นนั้นในการขายครั้งต่อไป ถ้ามีผู้ประมูลเสนอราคาที่กรมบังคับคดีสามารถรับได้ ทรัพย์นั้นจะถูกขายไปทันที ทั้งนี้ทางกรมบังคับคดีได้ให้สิทธิ์จำเลย (ลูกหนี้และผู้มีส่วนได้เสีย) ในการคัดค้านการขายในขณะประมูล ดังนั้นโอกาสในการถูกเรียกร้องจากลูกหนี้ในภายหลังจึงเป็นไปได้น้อยมาก
 
 
หากผู้ซื้อสามารถประมูลทรัพย์ได้แล้ว แต่เปลี่ยนใจไม่ซื้อทรัพย์ชิ้นนั้นในภายหลัง ผู้ซื้อสามารถร้องขอคืนเงินประกันที่จ่ายไว้ ณ วันที่ประมูลซื้อ ได้หรือไม่
  ไม่ได้ เพราะเมื่อผู้ซื้อประมูลทรัพย์ได้แล้ว ตามข้อบังคับของกรมบังคับคดี ผู้ซื้อจะต้องนำเงินส่วนที่เหลือมาจ่ายภายในระยะเวลา 15 วัน ตามที่กรมบังคับคดีกำหนดไว้ มิฉะนั้นผู้ซื้อจะถูกริบเงินประกันที่วางไว้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
 
 
ถ้าประมูลทรัพย์ได้ แต่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายในจำนวนที่เหลือภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ 15 วัน ผู้ประมูลทรัพย์จะต้องทำอย่างไร
  ผู้ประมูลซื้อทรัพย์สินควรติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขออนุมัติสินเชื่อในเบื้องต้นก่อน และเมื่อผู้ซื้อประมูลทรัพย์ได้ แต่ไม่สามารถชำระค่าทรัพย์สินได้ภายใน 15 วัน ผู้ซื้อสามารถติดต่อกับทางสถาบันการเงินที่ขอสินเชื่อไว้เพื่อออกหนังสือ ขอขยายระยะเวลาการจ่ายเงิน โดยปกติสามารถขอขยายระยะเวลาจาก 15 วัน เป็น 90 วันได้ พร้อมกับส่งหนังสือขอขยายระยะเวลาแจ้งไปที่กรมบังคับคดี หรือสำนักบังคับคดีในเขตนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรมบังคับคดี หรือสำนักบังคับคดีในเขตนั้นๆด้วยว่าจะอนุมัติหรือไม่
 
 
ผู้ประมูลสามารถขอสินเชื่อโดยตรงจากบริษัท บริหารสินทรัพย์ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด และ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ฮ่องกง) จำกัดได้หรือไม่
  ลูกค้าสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้จากสถาบันการเงินใดก็ได้ แต่ลูกค้าไม่สามารถขอสินเชื่อโดยตรงจากบริษัท บริหารสินทรัพย์ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด และ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ฮ่องกง) จำกัดได้
 
 
หลังจากจบสิ้นการประมูล นอกจากราคาของทรัพย์สินที่ประมูลได้แล้ว ผู้ประมูลได้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายใดอีกบ้าง
  ผู้ซื้อหรือผู้ที่ประมูลได้จะต้องรับผิดชอบชำระค่าโอน 2% และภาษีในอัตราประมาณ 2.5% ขึ้นอยู่กับระยะการถือครองทรัพย์สินของผู้ขาย (ถ้ามี) ที่กรมที่ดิน แต่ถ้าทรัพย์ที่ประมูลซื้อได้เป็นคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อจะต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายส่วนกลางค้างจ่ายที่ลูกหนี้เดิมค้างชำระกับทางนิติบุคคลคอนโด เพราะผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าใช้จ่ายค้างจ่ายนั้น
 
 
ถ้าประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้ว ผู้ซื้อจะเบิกกุญแจเพื่อเข้าไปภายในทรัพย์ได้อย่างไร
  ทรัพย์ที่ประมูลซื้อจากทางกรมบังคับคดี บริษัท บริหารสินทรัพย์ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด และ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ฮ่องกง) จำกัด อยู่ในฐานะเจ้าหนี้เท่านั้น จึงไม่มีกุญแจของทรัพย์นั้นๆ แต่ถ้าผู้ซื้อโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซื้อสามารถเข้าไปภายในทรัพย์ได้
 
 
ขอทราบเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานกรมบังคับคดีในกรุงเทพและจังหวัดต่างๆ
กรมบังคับคดี 0-2881-4337 , 0-2887-5024 , 0-2881-4999
สำนักงานบังคับคดีพื้นที่เขตมีนบุรี 0-2517-7987 ถึง 9, 0-2540-5524 ถึง 5
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกระบี่ 0-7562-3092, 0-7563-1313 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี 0-3451-4566, 0-3451-4754, 0-3462-3380
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกาฬสินธุ์ 0-4381-3536 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกำแพงเพชร 0-5571-3140, 0-5571-3141
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่น 0-4323-6407, 0-4324-3405
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดขอนแก่น สาขาเมืองพล 0-4341-5681
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดจันทบุรี 0-3932-3169, 0-3933-0170
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา 0-3851-3250 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี 0-3827-9706, 0-3827-7706, 0-3828-4350
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี สาขาพัทยา 0-3825-19758-9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยนาท 0-5641-4357 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ 0-4483-4093, 0-4483-4094
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชัยภูมิ สาขาภูเขียว 0-4486-1293
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชุมพร 0-7750-2760, 0-7750-2410
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชุมพร สาขาหลังสวน 0-7754-4264, 0-7754-1107
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย 0-5371-6080 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย สาขาฝาง 0-5345-1206
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ 0-5389-0465 ถึง 6
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตรัง 0-7521-1771 ถีง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตราด 0-3953-2477 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตาก 0-5551-2968, 0-5551-3765, 0-5551-4350
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดตาก สาขาแม่สอด 0-5556-3185-6
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครนายก 0-3731-1582, 0-3731-1167, 0-3731-2300
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐม 0-3425-6437, 0-3424-1895
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครพนม 0-4251-5461 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา 0-4424-3161
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา สาขาบัวใหญ่ 0-4446-2992-3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว 0-4441-1434
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช 0-7534-0374 ถึง 5
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง 0-7542-3435, 0-7542-3436
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาปากพนัง 0-7525-4256
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครสวรรค์ 0-5622-6602, 0-5622-6992
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนนทบุรี 0-2594-4084, 0-2594-4044, 0-2922-2498 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนราธิวาส 0-7351-3471 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดน่าน 0-5477-4469 ถึง 70
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ 0-4461-4338 ถึง 9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง 0-4462-4610
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี 0-2581-2630 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี สาขาธัญบุรี 0-2577-5523 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0-3260-2272 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปราจีนบุรี 0-3721-5794 ถึง 5
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี 0-3728-8098-9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปัตตานี 0-7333-5161 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 0-3524-4319
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพะเยา 0-5441-0845, 0-5441-0831 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพังงา 0-7643-0143 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพังงา สาขาตะกั่วป่า 0-7642-4628-9
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพัทลุง 0-7461-1619, 0-7461-1677, 0-7461-2401
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร 0-5665-0948, 0-5661-3107
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก 0-5525-9537, 0-5524-5081, 0-5525-2931
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี 0-3242-8001 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์ 0-5672-3045, 0-5672-3044
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดแพร่ 0-5462-7579, 0-5462-7580
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดภูเก็ต 0-7621-7090 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดมหาสารคาม 0-4374-3197, 0-4372-3724
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดมุกดาหาร 0-4261-3771 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน 0-5361-3626 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดยโสธร 0-4571-4065 ถึง 6, 0-4571-4662
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดยะลา 0-7321-5644
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดยะลา สาขาเบตง 0-7323-4624 ถึง 6
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ด 0-4351-4320 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดระนอง 0-7782-4066 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยอง 0-3862-0888, 0-3886-1178
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดราชบุรี 0-3232-1313, 0-3232-6011 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลพบุรี 0-3641-3137, 0-3641-1057
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลำปาง 0-5422-4920, 0-5422-6660
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลำพูน 0-5356-1496, 0-5351-2463 ถึง 4
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเลย 0-4284-1911 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดศรีษะเกษ 0-4561-3186
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสกลนคร 0-4271-2384, 0-4271-6297 ถึง 8
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสกลนคร สาขาสว่างแดนดิน 0-4272-2147, 0-4272-2148
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสงขลา 0-7432-4569, 0-7431-4904, 0-7431-1292
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสตูล 0-7472-3590 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ 0-2387-1731 ถึง 2
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสงคราม 0-3471-4543, 0-3471-6256 ถึง 7
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสาคร 0-3442-7019 ถึง 9, 0-3482-0263
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว 0-3724-2175, 0-3724-2178, 0-3724-2192
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสระบุรี 0-3621-2160, 0-3621-2066
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสิงห์บุรี 0-3652-2803
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุโขทัย 0-5562-1790 ถึง 1
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุโขทัย สาขาสวรรคโลก 0-5564-3419
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี 0-3552-3390, 0-3552-3391
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุราษฏร์ธานี 0-77286188, 0-7728-4970, 0-7728-8290
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุราษฏร์ธานี สาขาไชยา 0-7743-5576
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ 0-4451-4526 ถึง 8
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุรินทร์ สาขารัตนบุรี 0-4459-9056
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดหนองคาย 0-4246-1059, 0-4246-1060, 0-4246-1064
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดหนองบัวลำภู 0-4231-1747
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอ่างทอง 0-3561-4658, 0-3561-4038
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอำนาจเจริญ 0-4545-2001 ถึง 3
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี 0-4224-6018, 0-4224-6012
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุตรดิตถ์ 0-5541-3784, 0-5541-7217, 0-5544-2618, 0-5544-2958
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุทัยธานี 0-5651-2408
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุบลราชธานี 0-4524-4254, 0-4524-5091, 0-4524-5098 ต่อ 122
สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุบลราชธานี สาขาเดชอุดม 0-4536-1909-10